รู้ทันศัพท์ประกันภัย Topic on blog
04-2020 · ประกันรถยนต์
ได้ยินเมื่อไหร่ เป็นงงทุกครั้งไป อุตส่าห์ตั้งใจฟังก็ยังไม่เข้าใจ ทำไมศัพท์ประกันภัยฟังยากจังนะ อย่าเครียดไปเลยครับ น้อง Jaadhai ว่าเรามาทำความเข้าใจง่ายๆ กันก่อนดีไหมครับ เริ่มจากคำศัพท์ประกันภัยง่าย ๆ เข้าใจไม่ยากทั้งหมด 14 คำ กันก่อนเลยครับ
1. ผู้เอาประกันภัย (Assured/ Insured)
คือ ผู้ที่ทำประกันภัย ผู้ครอบครอง หรือ ผู้ถือกรรมสิทธิ์ ที่ได้จดทะเบียนไว้กับกรมขนส่งตามกฎหมาย โดยมีหน้าที่ชำระเบี้ยประกัน หากเกิดความเสียหายขึ้นในส่วนที่ทำประกันภัยไว้ ผู้เอาประกันภัยมีสิทธิเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน จากผู้รับประกันภัย (บริษัทประกันภัย)
2. ผู้รับประกันภัย (Insurer)
คือ บริษัทประกันภัยที่เราเลือกทำสัญญาด้วยนั่นเองครับ โดยจะต้องได้รับใบอนุญาตตามกฎหมายจากกรมการประกันภัย กระทรวงพาณิชย์ และตกลงว่าจะใช้ค่าสินไหมทดแทน หรือ ชดใช้เงินให้แก่ผู้เอาประกันภัย หรือผู้รับประโยชน์ เมื่อเกิดความเสียหายขึ้นตามที่ได้ระบุไว้ในกรมธรรม์
3. ทุนประกัน (Sum Insured)
คือ ค่าชดเชยที่บริษัทประกันภัยจะต้องจ่ายให้กับผู้เอาประกันภัย เมื่อเกิดความเสียหาย หรือเกิดอุบัติเหตุขึ้นตามที่ได้ระบุอยู่ในเงื่อนไขของกรมธรรม์ โดยจะวิเคราะห์ทุนประกันจาก ยี่ห้อรถ รุ่นรถยนต์ รวมถึงปีรุ่นที่ผลิตของรถยนต์รุ่นนั้น ๆ แต่สามารถอนุโลมเป็นปีจดทะเบียนได้เช่นกันนะครับ
4. เบี้ยประกัน (Premium)
คือ จำนวนเงินที่ต้องจ่ายให้กับบริษัทประกันภัย โดยเพื่อน ๆ สามารถเลือกจ่ายได้ตามที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นปีละครั้ง หรือผ่อนรายเดือนก็ได้ครับ เพื่อความสะดวกสบายกับเพื่อน ๆ ที่ต้องการทำประกัน
5. ค่าสินไหมทดแทน (Claim Amount)
คือ ค่าเสียหายจากความเสียหายที่เกิดขึ้น โดยผู้เอาประกันภัยจะเป็นผู้เรียกร้องให้บริษัทประกันภัยจ่าย หรือชดใช้ค่าเสียหายให้ตามความเสียหายที่เกิดขึ้นตามความเป็นจริงครับ
6. ปีจดทะเบียน (Car Registration Year)
คือ ปีที่รถยนต์คันนั้น ๆ จดทะเบียนรถกับกรมขนส่งครั้งแรก มีไว้เพื่อให้ทราบว่าเพื่อน ๆ จดทะเบียนรถคันดังกล่าวในปีไหน หรือรถมีอายุกี่ปีแล้ว โดยเพื่อน ๆ สามารถดูปีจดทะเบียนได้จากใบคู่มือจดทะเบียนเล่มสีน้ำเงินนั่นเองครับ
7. ปีกรมธรรม์ (Policy Year)
คือ ระยะเวลาที่กรมธรรม์จะคุ้มครองรถยนต์ดังกล่าว โดยนับตั้งแต่วันที่สัญญาเริ่มคุ้มครองครับ ตัวอย่างเช่น รถของเพื่อน ๆ มีประกันชั้น 1 และมีอายุปีกรมธรรม์ 1 ปี ดังนั้น รถคันดังกล่าวก็จะได้รับความคุ้มครองเพียงแค่ 1 ปีเท่านั้นครับ พอครบระยะเวลา 1 ปี กรมธรรม์ฉบับนั้นก็เป็นอันสิ้นสุดลงทันทีครับ
8. ส่วนลดประวัติดี (No claim bonus : NCB)
คือ ส่วนลดเบี้ยประกันที่บริษัทประกันภัยจะมอบให้แก่ ผู้เอาประกันภัยที่ ตลอดปีกรมธรรม์ไม่มีประวัติการเคลมเป็นฝ่ายผิดเลยครับ หรืออีกกรณีหนึ่ง มีการเคลมเกิดขึ้นในปีกรมธรรม์นั้น แต่เพื่อน ๆ เป็นฝ่ายถูก ก็จะถือว่ายังเป็นประวัติดีอยู่ครับ โดยจะได้รับส่วนลดเบี้ยประวัติดีในการต่ออายุประกันภัยปีต่อไปครับ
9. อุบัติเหตุ (Accident)
คือ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดคิด หรือไม่มีเจตนาให้เกิดขึ้นครับ เมื่อเกิดเหตุขึ้นแล้วส่งผลทำให้เกิดการบาดเจ็บ หรือรุนแรงจนถึงขั้นเสียชีวิต หรือแม้แต่ ก่อให้เกิดความสูญเสียต่อทรัพย์สิน เช่น รถฉี่ยวชนจนสีรถถลอก เป็นต้นครับ
10. ประกันระบุชื่อผู้ขับขี่ (Named driver) และ ไม่ระบุชื่อผู้ขับขี่ (Un-named driver)
โดยทั่วไปแล้ว ประกันภัยรถยนต์จะสามารถเลือกได้ว่าเราจะ ระบุชื่อผู้ขับขี่ หรือ ไม่ระบุชื่อผู้ขับขี่ ได้นั้น จะทำได้เฉพาะประกันชั้น 1 เท่านั้นครับแต่โดยปกติแล้ว ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 จะไม่ระบุผู้ขับขี่ ซึ่งหมายความว่า ไม่เจาะจงว่าใครเป็นผู้ขับขี่ และเมื่อเกิดอุบัตเหตุขึ้น ไม่ว่าใครเป็นผู้ขับขี่ก็สามารถเคลมได้ โดยจะได้รับการดูแลความเสียหายทั้งหมดภายใต้เงื่อนไขที่กรมธรรม์ระบุไว้ครับ
ส่วนการประกันแบบระบุชื่อผู้ขับขี่ จะช่วยประหยัดได้มากกว่าเนื่องจากเพื่อน ๆ จะได้รับส่วนลดเบี้ยประกัน แต่จะมากน้อยแค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับอายุของผู้ขับครับ โดยบริษัทประกันภัยจะให้ระบุชื่อผู้ขับได้มากที่สุด 2 คนครับ
11. ค่าความเสียหายส่วนแรก
สามารถแบ่งออกเป็น 2 กรณี ดังนี้ครับ
- ค่าความเสียหายส่วนแรกแบบบังคับจ่าย (Excess)
คือ ค่าใช้จ่ายที่ผู้เอาประกันต้องจ่ายเอง เมื่อเกิดความเสียหายกับรถยนต์และไม่ทราบคู่กรณี หรือไม่สามารถระบุรายละเอียดของคู่กรณีได้ ซึ่งได้แก่ ป้ายทะเบียนรถ ทั้งตัวเลข ตัวอักษร และจังหวัด ไม่สามารถระบุวัน เวลา หรือมีข้อมูลที่ชัดเจนพอที่จะให้บริษัทประกันภัยรถยนต์ไล่หาตัวคู่กรณีได้พบ และยังรวมไปถึงอุบัติเหตุที่เกิดจากความประมาทของผู้ขับขี่เอง โดยค่าเสียหายส่วนแรกเริ่มต้นที่ 1,000 บาท ต่อเหตุการณ์ เช่น ถอยรถชนผนังจนเกิดรอยขีดข่วน หรือ กระจกมองข้างแตกโดยไม่ทราบสาเหตุวันหรือเวลา แต่หากผู้เอาประกันเป็นฝ่ายถูก และสามารถระบุสาเหตุความเสียหายชัดเจนได้พอที่จะให้บริษัทประกันภัยไปสืบหาผู้ที่ต้องรับผิดชอบได้ ก็จะไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าความเสียหายส่วนแรกนี้
- ค่าเสียหายส่วนแรกแบบสมัครใจจ่าย (Deductible)
คือ ค่าความเสียหายส่วนแรกที่จะต้องชำระ เมื่อผู้เอาประกันเป็นฝ่ายผิดครับ โดยสามารถเลือกได้ว่าต้องการจ่ายเท่าไหร่ และเพื่อน ๆ จะได้รับประโยชน์เป็นการลดค่าเบี้ยประกันไม่เกิน 5,000 บาท ถ้ายิ่งจ่ายค่า Deductible มากเท่าไหร่ ส่วนลดค่าเบี้ยก็จะเพิ่มขึ้นครับ
และเช่นกันกับค่า Excess หากผู้เอาประกันเป็นฝ่ายถูก และสามารถระบุสาเหตุความเสียหายได้ชัดเจนพอที่จะให้บริษัทประกันไปสืบหาผู้ที่ต้องรับผิดชอบได้ ส่วนลดค่าเบี้ยประกันที่ได้ตกลงไว้ในตอนต้น จะตกเป็นผลประโยชน์ของเจ้าของกรมธรรม์นั้นเองครับ
12. ผู้ได้รับความคุ้มครอง (Protected Persons)
ความหมายตรงตัวเลยครับ ก็คือ ผู้ที่จะได้รับความคุ้มครองจากบริษัทประกันภัยตามเงื่อนไขที่กรมธรรม์กำหนด ในกรณีที่ประสบอุบัติเหตุ โดยสามารถเป็นผู้ขับขี่ หรือ ผู้โดยสารที่กำลังอยู่ในระหว่างการขับขี่ กำลังขึ้นรถ - ลงจากรถยนต์ครับ โดยจำนวนผู้ได้รับความคุ้มครองจะระบุไว้ในเอกสารแนบท้ายครับ
น้อง Jaadhai หวังว่าเพื่อน ๆ จะพอเข้าใจคำศัพท์ประกันภัยเบื้องต้นกันบ้างแล้วนะครับ จากนี้ เพื่อน ๆ ก็สามารถเช็กเบี้ยประกันภัยรถยนต์เองได้สบายเลยครับ